ชื่อผู้สำรวจ  นางนิยดา   น่วมไม้พุ่ม

สภาพปัญหาและความเป็นมา

 

                        ผู้สำรวจได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการสอนในรายวิชาภาษาไทย  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๖ โรงกระทุ่มแบน “วิเศษสมุทคุณ”  อำเภอกระทุ่มแบน  จังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่ปีการศึกษา  ๒๕๓๒  จนถึงปัจจุบัน  จากประสบการณ์การสอนที่ยาวนานพบว่า  สภาพการเรียนการสอนวรรณคดีในปัจจุบัน  ผู้เรียนจำนวนมากไม่ชอบไม่สนใจและเบื่อหน่ายที่จะเรียนวรรณคดี และที่สำคัญไม่ทราบถึงคุณค่าของวรรณคดีไทย จึงทำให้ผู้เรียนไม่เข้าใจวรรณคดีไทยอย่างลึกซึ้ง   ทั้งๆที่วรรณคดีนั้นแฝงไว้ซึ่งแนวคิด  วัฒนธรรม   อารมณ์  สังคม  และสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นอยู่ของคนไทยในสมัยนั้นๆ  ถึงแม้ว่าวรรณคดีไทยบางชิ้น  ผู้เขียนจะเขียนเป็นแนวสร้างสรรค์  คือมีจินตนาการ  มโนทัศน์  และความรู้สึกนึกคิดของตนเอง  ก็ยังมีเค้าโครงของความเป็นไทยออกมา  สำหรับวรรณคดีที่อาศัยเค้าโครงเรื่องจากต่างประเทศ     มาประยุกต์นั้น     ก็ยังอดไม่ได้ที่จะสอดแทรกแนวคิด  ตลอดจนอุดมคติของคนไทยเอาไว้  เพื่อให้การจัดการเรียนรู้สาระวรรณคดีเป็นไปอย่างราบรื่นได้ผลดีตามความมุ่งหมาย  ผู้วิจัยจึงได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ปกครอง  ความต้องการของผู้เรียน  และความคิดเห็นของผู้เรียนที่มีต่อวรรณคดีไทย  เพื่อนำมาพิจารณาแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น  โดยใช้สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถโต้ตอบกับผู้เรียนได้ และเป็นการแสดงให้เห็นว่าครูผู้สอนสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ตรงและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช  ๒๕๔๒  หมวด ๔  มาตรา  ๒๒  ระบุว่า  “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียน   ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้  และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด  กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ”
            จากข้อความแห่งบทพระราชบัญญัติดังกล่าว ตีความได้ว่าผู้เรียนทุกคนสามารถพัฒนาตนเองได้ ผู้เรียนที่มีปัญหาทางการเรียน  มิได้หมายความว่าเขาไม่สามารถพัฒนาตนเองได้  เพียงแต่ผู้สอนต้องหาวิธีการ สื่ออุปกรณ์  นวัตกรรมที่หลากหลายมาให้เขาได้เรียนรู้และพัฒนาตามศักยภาพของเขา 
             กอปรกับมาตรา  ๒๓  (๕)  ที่ระบุว่า  “ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ  สภาพแวดล้อม  สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้  รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้”  
             มาตรา  ๓๐  ที่ว่า  “ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ  รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา” 
            มาตรา ๖๗  ที่ว่า  “รัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา....” 
             และมาตรา  ๖๙  ระบุว่า  “รัฐต้องจัดให้มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย  แผนส่งเสริมและประสานการวิจัย  การพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา”

            

ปัญหาการสำรวจ

            ทำอย่างไรจึงจะช่วยให้ผู้เรียนชอบเรียนภาษาไทยและวรรณคดีไทย
                 

วัตถุประสงค์

  1.  เพื่อศึกษาผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครองต่อการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้วิชาภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๖
  2. เพื่อศึกษาผลการสำรวจความต้องการของผู้เรียนก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย
  3.  เพื่อศึกษาผลการสำรวจความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวรรณคดีไทย

วิธีการสำรวจ

  1. ออกแบบสำรวจความคิดเห็นผู้ปกครองที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย             ท ๔๓๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑  ปีการศึกษา  ๒๕๔๘  จำนวน ๖ ห้องๆ ๑๕  คน รวม ๑๐๐ คน
  2. ออกแบบสำรวจความต้องการของผู้เรียนที่เรียนภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖                         ปีการศึกษา  ๒๕๔๘    จำนวน  ๒๑๗  คน
  3. ออกแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เรียนที่เรียนภาษาไทยสาระวรรณคดีไทย  

       ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๖   ภาคเรียนที่ ๑  ปีการศึกษา  ๒๕๔๘  จำนวน  ๖ ห้องๆ ๑๕  คน           
        รวม ๑๐๐ คน

ผลการสำรวจ
๑.  ผลการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย  ท  ๔๓๑๐๑   ภาคเรียนที่ ๑  ปีการศึกษา  ๒๕๔๘  สรุปผล  ดังนี้
ตารางที่ ๑ แบบสรุปความคิดเห็นของผู้ปกครองนักเรียน

           


ที่

รายการประเมิน

ความคิดเห็นร้อยละ

ดี

ปานกลาง

ปรับปรุง

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเหมาะสม

๙๐%

๑๐%

-

ผู้เรียนมีความสนใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

๕๐%

๕๐%

-

บรรยากาศของห้องเรียนจัดได้เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน

๕๐%

๕๐%

-

ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข

๔๐%

๕๐%

๑๐%

ครูผู้สอนได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนกระบวนการคิดและแนะนำข้อบกพร่องในการปฏิบัติตนในด้านต่าง ๆ ของผู้เรียน  เช่น  มารยาทการพูด  การวางตนให้เหมาะสม  การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง

๕๐%

๕๐%

-

ครูผู้มีความรัก  เมตตา  ดูแลเอาใจใส่ผู้เรียนทุกคน 

๕๐%

๔๐%

๑๐%

ผู้เรียนมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน  ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

๕๕%

๔๐%

๕%

ครูผู้สอนจัดการเรียนการสอนตามพัฒนาการเรียนรู้  ความถนัด

๕๐%

๕๐%

-

ครูผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันใช้สื่อการเรียนในการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับจุดประสงค์และเนื้อหา

๕๕%

๔๕%

-

๑๐

ครูผู้สอนมีการวัดและประเมินผลหลายวิธีอย่างเหมาะสมและยุติธรรม

๕๐%

๕๐%

-

           

  1. ผลการสำรวจความต้องการของผู้เรียน  ต้องการให้ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๓ อันดับแรก  ดังนี้

                            ๒.๑  ผู้เรียนต้องการให้ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้มากที่สุด  ๓  อันดับแรกคือ
๑ จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สื่อที่ทันสมัย
๒ จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการสาธิตทดลอง
๓  จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใบงาน / ใบความรู้
๒.๒  ผู้เรียนต้องการให้ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้มากที่สุด  ๓  อันดับแรก  คือ
๑ ห้องคอมพิวเตอร์
๒ สถานประกอบการ
๓ ชาวบ้านที่เก่ง
๒.๓  ผู้เรียนต้องการให้ครูผู้สอนใช้สื่อการเรียนใดประกอบการเรียนรู้มากที่สุด  ๓  อันดับแรกคือ
๑ สื่อคอมพิวเตอร์/ebook
๒ สถานการณ์จริง
๓ แหล่งเรียนรู้
๒.๔  อื่นๆ คือจัดทัศนศึกษานอกสถานที่ เชิญวิทยากรภายนอกมาสอน 

แบบสำรวจความต้องการของผู้เรียน
โรงเรียนกระทุ่มแบน “วิเศษสมุทคุณ”

คำชี้แจง   ให้ผู้เรียนกรอกแบบสอบถามตามความเป็นจริง
๑.  ผู้เรียนชอบเรียนวิชา......................................................................มากที่สุด
๒.  ผู้เรียนชอบกีฬา..............................................................................มากที่สุด
๓.  อนาคตผู้เรียนอยากประกอบอาชีพ.................................................มากที่สุด
๔.  ผู้เรียนมีความสามารถด้าน.............................................................มากที่สุด
๕.  สิ่งที่ผู้เรียนภาคภูมิใจ.....................................................................มากที่สุด
๖.   สิ่งที่ผู้เรียนควรปรับปรุงตนเองมากที่สุด.....................................................
๗.  เพื่อนที่ผู้เรียนชอบมากที่สุด.........................................................................
๘.  ครูผู้สอนในโรงเรียนที่ผู้เรียนชอบมากที่สุด...........................................................
๙.  สิ่งที่ผู้เรียนชอบมากที่สุดในโรงเรียนคือ.......................................................
๑๐.  สิ่งที่ผู้เรียนเกลียดมากที่สุด..........................................................................
ผู้เรียนต้องการให้ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างไรมากที่สุดเรียงลำดับ
..........อธิบาย                                         ..........สาธิตทดลอง                              ..........บทบาทสมมุติ
..........เกม  เพลง                                    ..........สถานการณ์จำลอง                    ..........เรียนรู้นอกสถานที่
..........ค้นคว้าห้องสมุด                        ..........ค้นคว้าด้วยตนเอง                     ..........โครงงาน
..........ใบงาน                                         ..........ใช้สื่อที่ทันสมัย                          ..........แฟ้มสะสมงาน
ผู้เรียนต้องการให้ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ใดมากที่สุดเรียงลำดับ
..........ห้องสมุด                                     ..........สวนหย่อม                                  ..........ห้องคอมพิวเตอร์
..........ห้องวิทย์                                      ..........สถานประกอบการ                    ..........เรือนเพาะชำ
..........ที่บ้านนักเรียน                           ..........ผู้นำท้องถิ่น                                ..........สถานีอนามัย
..........ชาวบ้านที่เก่ง                             อื่น ๆ.............................................................................................
ผู้เรียนต้องการให้ครูผู้สอนใช้สื่อการเรียนใดประกอบการเรียนรู้มากที่สุดเรียงลำดับ
..........แหล่งเรียนรู้                               ..........หนังสือห้องสมุด                       ..........สถานการณ์จริง
..........ของจริงที่เรียน                           ...........สื่อคอมพิวเตอร์/ebook          ..........อินเตอร์เน็ต
อื่น ๆ.............................................................................................

                       

๓.  ผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้เรียนที่เรียนภาษาไทยสาระวรรณคดีไทย  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๖   ภาคเรียนที่ ๑  ปีการศึกษา  ๒๕๔๘ 
ตารางที่  ๒ สรุปแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนวรรณคดีไทย

   ที่

รายการความคิดเห็น

ระดับประเมิน

   ๑

เนื้อหาในแบบเรียนยากเกินไป

๔๐%

๔๐%

๑๐%

๑๐%

-

   ๒

เนื้อหาที่นำมาเรียนเป็นเรื่องเก่าๆ เนื้อหามากไม่น่าสนใจ

๕๐%

๓๕%

๗%

๕%

๓%

   ๓

ครูผู้สอนภาษาไม่ทันสมัย  เจ้าระเบียบบรรยายทั้งชั่วโมง

๔๒%

๕๓%

๕%

-

-

   ๔

ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

๓๐%

๓๐%

๒๕%

๑๐%

๕%

   ๕

มีคำศัพท์ยากแปลความได้ไม่ตรงกับผู้ส่งสาร

๕๕%

๓๕%

๕%

๓%

๒%

   ๖

เป็นวิชาที่ต้องท่องจำมากกว่าอาศัยความเข้าใจ

๕๕%

๓๐%

๑๐%

๓%

๒%

   ๗

เป็นวิชาที่เข้าใจยากช้ายืดยาด

๕๐%

๔๐%

๑๐%

-

-

   ๘

ขาดสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย

๖๕%

๓๕%

-

-

-

   ๙

เบื่อหน่ายต่อการเรียนเพราะเป็นวิชาที่สามารถอ่านเองได้

๔๕%

๕๐%

๕%

-

-

  ๑๐

มีเจตคติที่ไม่ดีต่อภาษาหรือวรรณคดีไทยเพราะเคยสอบตก

๓๐%

๓๒%

๒๓%

๑๐%

๕%

สรุปผลการสำรวจ
            ๑.  ผลจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ปกครองผู้เรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย
โดยการสอบถามจากบุตรหลาน  พบว่าผู้ปกครองมีความพึงพอใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
เหมาะสมร้อยละ  ๙๐  นักเรียนมีความรู้สึกที่ดีต่อกันช่วยเหลือซึ่งกันและกันร้อยละ  ๕๕  สรุปว่าทุกรายการที่
ประเมินอยู่ในเกณฑ์ดี  และปานกลาง
    ๒.  ผลจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้เรียนที่เรียนภาษาไทยสาระวรรณคดีไทยชั้นมัธยมศึกษา-ปีที่  ๖   ภาคเรียนที่ ๑  ปีการศึกษา  ๒๕๔๘  พบว่าภาษาไทยขาดสื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยคิดเป็นร้อยละ ๖๕   รองลงมาคือภาษาไทยมีคำศัพท์ยากแปลความได้ไม่ตรงกับผู้ส่งสารและเป็นวิชาที่ต้องท่องจำมากกว่าอาศัยความเข้าใจ     คิดเป็นร้อยละ  ๕๕ และลำดับที่ ๓  คือภาษาไทยมีเนื้อหาที่นำมาเรียนเป็นเรื่องเก่าๆ เนื้อหามากไม่น่าสนใจคิดเป็นร้อยละ  ๕๐
๓.  ผลจากการสำรวจความต้องการของผู้เรียนต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทยพบว่าผู้เรียนต้องการให้ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สื่อที่ทันสมัย    และต้องการเรียนกับเครื่องคอมพิวเตอร์มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง

  1. ข้อคิดเห็นอื่นๆ  เช่น  บรรยากาศในห้องเรียนร้อยมากควรติดตั้งเครื่องปรับอากาศหรือ พัดลมไอน้ำควรเปิดห้องให้นักเรียนไปสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา เพิ่มเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เพียงพอกับจำนวนผู้เรียนในแต่ละห้อง ควรปรับปรุงระบบอินเทอร์เน็ตให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตลอดเวลาเท่าที่ผ่านมามีการเสียบ่อยๆ

 ข้อเสนอแนะ/แนวทางพัฒนา

                จากผลการสำรวจดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการผลิตสื่อ ICT คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรื่องกาพย์เห่เรือ  ของเจ้าฟ้าธรรมเบศร (เจ้าฟ้ากุ้ง)  สำหรับผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๖ โดยใช้เวลาในแผนการจัดการเรียนรู้  ๕  ชั่วโมง เป็นการแก้ปัญหาผู้เรียนในด้านต่างๆ เช่น ด้านคำศัพท์เพราะผู้แต่งใช้คำศัพท์เฉพาะทำให้ผู้เรียนไม่สามารถเข้าใจสาระหรือเกิดจินตนาการตามที่กวีถ่ายทอดความรู้สึกได้จึงส่งผลทำให้ผู้เรียนไม่เกิดความซาบซึ้งในรสของวรรณคดีไทย ส่วนด้านการอ่านก็ไม่กล้าอ่านออกเสียงดังเพราะกลัวผิดและกลัวเพื่อนหัวเราะ   ในการจัดทำสื่อนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องดังกล่าวจึงเป็นการ    จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามความต้องการของผู้เรียน และจัดได้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒  และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พ.ศ. ๒๕๔๔ ผู้สอนจึงจัดสร้างสื่อ ICT คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Cai) เรื่องกาพย์เห่เรือจำนวน ๓ ชุด เพื่อช่วยแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าว